ฆ่าโหด!! สามี-ภรรยาชาวไทยในไต้หวัน ซุกศพท้ายรถ สลดฝ่ายหญิงกำลังท้องลูกแฝด


หน้าแรก / ฆ่าโหด!! สามี-ภรรยาชาวไทยในไต้หวัน ซุกศพท้ายรถ สลดฝ่ายหญิงกำลังท้องลูกแฝด

ฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่กำลังดังในไทยและไต้หวัน กรณีเกิดเหตุ คนไทยฆาตกรรม 2 สามีภรรยาชาวไทย รวมลูกแฝดในท้อง ทิ้งศพไว้ในรถข้างทางรถไฟที่ไต้หวัน ก่อนหลบหนีกลับไทย ไต้หวันประสานช่วยจับกุมตัวแล้ว

เพจเฟสบุ๊ก “World forum ข่าวสารต่างประเทศ” ได้โพสต์ภาพเหตุสลด คนไทยฆ่ากันเองปมขัดแย้งธุรกิจ ยัด 2 ศพ สามีภรรยาท้ายรถ BMW และพบว่าหญิงผู้ตายตั้งครรภ์แฝด 5 เดือน (รวม 4 ศพ) โดยผู้ต้องหาเป็นเพื่อนสนิทหนีกลับไทย

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ตำรวจได้รับแจ้งมีกลิ่นเหม็นคลายกลิ่นศพ บริเวณลานจอดรถสถานีรถไฟความเร็วสูงเถาหยวน พบรถเอสยูวี BMW X4 มีน้ำเหลืองไหลออกจากท้ายรถ ตรวจสอบพบร่างคู่สามีภรรยายัดท้ายรถ บริเวณศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ภายในรถ คาดว่าผู้ตายถูกทำร้ายมาจากที่อื่นแล้วนำศพมายัดท้ายรถ

จากการข้อมูลผู้ตายเป็นหญิงไทยได้สัญชาติไต้หวัน ฝ่ายชายมาจากอุบลราชธานี หญิงผู้ตายเดินทางมาศึกษาต่อที่ ไต้หวัน เคยทำงานเป็นล่ามมาก่อน และเป็นที่รู้จัก กันในนามล่าม มี่ สามีชื่อ นายประเสริฐ แรงงานไทยเรียกกันว่า เฮียมาร์ค ทำข้าวกล่องส่งขายแรงงานไทยในโรงงานเถาหยวน ผู้ต้องหาสังหารเป็นคนบ้านเดียวกันที่ผู้ตายไว้ใจ ทํางานเป็นล่ามอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้าง แห่งหนึ่งที่เขตภู่เฉิง นครนิวไทเป และเป็นลูกหนี้ยืมเงินจากผู้ตายไปปล่อยกู้ให้แรงงานไทย

สันนิษฐานว่า เกิดความขัดแย้งในเรื่องการกู้ เงินและผลประโยชน์ รวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับจัดหาแรงงาน จนเป็นเหตุนําไปสู่คดี ฆาตกรรม

ก่อนเกิดเหตุทั้ง 3 นัดเจรจาปัญหาธุรกิจในวันที่ 8 มิถุนายน ก่อนคู่สามีภรรยาจะหายตัวไป คนร้ายได้ขับรถมาจอดทิ้งศพในเวลา 04.50 น.บริเวณลานจอดรถ สถานีรถไฟความเร็วสูงเถาหยวน และรีบเดินลงสถานีหายตัวไป กระทั่งตำรวจพบศพในวันที่ 10 มิถุนายน

จากการตรวจสอบล่าสุดคนร้ายชายได้หนีกลับไทยด้วยสายการบิน STARLUX เที่ยวบิน JX741 ทั้งนี้อยู่ระหว่างประสานจากกรมตำรวจไต้หวันติดตามคนร้ายมาดำเนินดดี 

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษกตร.) กล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุฆ่ากันโดยคนไทย 2 สัญชาติ ไทย-ไต้หวัน ก่อเหตุฆ่าคนไทย 2 สามีภรรยา

ซึ่งการข่าวพบว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทย โดยตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าทางการไต้หวันได้ประสานงานมายังทางการไทยอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่

โดยเฉพาะตำรวจกับตำรวจหากมีประสานงานมาจะต้องพิจารณาว่ามีความร่วมมือกับไต้หวันมากน้อยเพียงใดจะดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง ซึ่งจะต้องไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไป

แต่จากการตรวจสอบไป ยังพล.ต.ต.เขมรินทร์ หัสศิริ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ต่างประเทศ ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า ตนเอง ได้รับการประสานขอความร่วมมือในการสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ

โดยได้พูดคุยเบื้องต้นกับผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจไต้หวันตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งหนังสืออย่างเป็นทางการคาดว่าจะถึงในวันที่จันทร์ที่ 13 มิ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามตำรวจไทยและไต้หวันมีความร่วมมือที่ดีต่อกัน

หากมีการร้องขอให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุก็จะมีการพิจารณาติดตามจับกุมให้ ในหลักต่างตอบแทน เนื่องจากไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยมีรายงานว่าตำรวจจะต้องพิจารณาว่า ผู้ก่อเหตุได้สละสัญชาติไทยไปแล้วหรือไม่เนื่องจากได้รับแจ้งข้อมูลว่าปัจจุบันผู้ก่อเหตุได้ถือสัญชาติไต้หวันด้วย แต่จากการตรวจสอบ

เบื้องต้นจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อ นายสันติ อายุ 35 ปี เป็นคนจังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุได้ หลบหนีกลับมา ประเทศไทยเมื่อ 9 มิ.ย.2565 ตำรวจกำลังเร่งล่าตัว

cr.World Forum ข่าวสารต่างประเทศ, INN